Header Ads

Header ADS

อนาคตประเทศไทยกับคลาวด์เทคโนโลยี โควิด-19 ตัวกระตุ้นองค์กรภาครัฐ กับการปรับใช้เทคโนโลยีแห่งอนาคต

อนาคตประเทศไทยกับคลาวด์เทคโนโลยี 

โควิด-19 ตัวกระตุ้นองค์กรภาครัฐ กับการปรับใช้เทคโนโลยีแห่งอนาคต

ความร่วมมือระหว่าง เอสเอพี และ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ

จากซ้ายไปขวา 1)  ธีรพล อินเขต, Global Account Director เอสเอพี ประจำภูมิภาคอินโดไชน่า 2) พลเอก ดร.ปรัชญา เฉลิมวัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ  สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ 3) เอทูล ทูลิ กรรมการผู้จัดการ เอสเอพี ประจำภูมิภาคอินโดไชน่า

 

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 22 ธันวาคม 2564  ในยุค New Normalสามประเด็นหลักในโลกไอทีที่จะสร้างความท้าทายให้กับองค์กรภาครัฐคือ การปรับกลยุทธ์องค์กรสู่การใช้งานคลาวด์, ความท้าทายในการจัดการข้อมูลขององค์กรที่จะมีความซับซ้อนมากขึ้น และความปลอดภัยของข้อมูลภายในองค์กร  โควิด-19 ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้องค์กรภาครัฐหันไปใช้เทคโนโลยีคลาวด์มากขึ้นและเปลี่ยนไปใช้งานอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

ประเด็นดังกล่าวได้ถูกเปิดเผยในงานสัมมนาล่าสุด จัดขึ้นโดยเอสเอพี ในหัวข้อ “Cloud Transformation สำหรับองค์กรภาครัฐในยุค New Normal”  โดยมีตัวแทนจากองค์กรภาครัฐในประเทศไทยเข้าร่วมสัมมนา เพื่อหารือเกี่ยวกับความพร้อมขององค์กรภาครัฐของไทยในการย้ายไปใช้เทคโนโลยีคลาวด์ ทั้งนี้ หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าประโยชน์จากการใช้งานเทคโนโลยีคลาวด์มีมากกว่าข้อเสีย แม้จะยังมีความกังวลด้านอธิปไตยของข้อมูล หรือ หรือ Data Sovereignty เมื่อหันมาใช้งานเทคโนโลยีคลาวด์

นโยบาย Cloud First: หนทางสู่การพัฒนาประเทศ

เทคโนโลยีคลาวด์ เป็นทางเลือกสำหรับองค์กรภาครัฐมายาวนาน โดยเฉพาะเมื่อเห็นองค์กรภาคเอกชนส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์จากระบบคลาวด์ในการผลักดันให้องค์กรเติบโตได้อย่างรวดเร็วและให้บริการลูกค้าได้ดีขึ้น

ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ด้าน Digital Transformation จากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(สพธอ.) และนายกสมาคม Cloud Security Alliance (Thailand Chapter) กล่าวว่า ความซับซ้อนของการทำ Digital Transformation ทำให้องค์กรภาครัฐไม่สามารถให้บริการประชาชนได้เต็มที่หรือตอบสนองได้รวดเร็วเท่าที่ควรอย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้มีการใช้งานระบบดิจิทัลเพิ่มขึ้น และเทรนด์การทำงานจากระยะไกล เป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้องค์กรภาครัฐ หันมาใช้เทคโนโลยีคลาวด์และใช้นโยบาย Cloud Firstมากขึ้นขึ้น

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีคลาวด์ในอาเซียน สำหรับประเทศไทยเองในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็ได้มีการจัดตั้ง Cloud Security Alliance (CSA) และสร้างมาตรฐานระบบคลาวด์ เช่น Certificate of Cloud Security Knowledge (CCSK) สำหรับวิศวกรที่ทำงานเกี่ยวกับระบบคลาวด์และ/หรือมีความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยในกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ การพัฒนาในแง่มุมดังกล่าวส่งผลให้เทคโนโลยีคลาวด์ถูกนำไปใช้ในองค์กรภาครัฐในประเทศมากขึ้น ดร.ศักดิ์กล่าวเสริม

ข้อมูลล่าสุดจากบริษัท Gartner ระบุว่าการใช้จ่ายบนคลาวด์ในประเทศไทยสามารถเติบโต 28.2% จาก 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 34.4 พันล้านบาทในปี 2565  ดร. ศักดิ์ ชี้ให้เห็นว่าเทรนด์ดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการใช้งานคลาวด์ในไทยที่องค์กรภาครัฐหลายแห่งเห็นประโยชน์ในการนำคลาวด์มาใช้มากขึ้น คลาวด์มีประโยชน์หลายประการแก่องค์กรภาครัฐ ช่วยให้การใช้งบประมาณของภาครัฐคุ้มค่ามากขึ้น เนื่องจากสามารถเลือกแพ็คเกจจ่ายตามการใช้งานจริงได้  นอกจากนี้ ความสามารถของคลาวด์ในการปรับขนาดได้อย่างรวดเร็วเพื่อรองรับการใช้งานของประชาชนที่มากขึ้น จะช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาบริการที่ดีขึ้นแก่ประชาชน  ที่สำคัญ องค์กรภาครัฐสามารถย้ายไปยังคลาวด์ได้อย่างง่ายดาย การจัดทำงบประมาณในการใช้งานคลาวด์ที่เคยเป็นอุปสรรค ขณะนี้มีกฎระเบียบในการเบิกจ่ายงบประมาณด้านคลาวด์แบบออนดีมานด์ที่รองรับไว้ในประเทศไทยอีกด้วย

ข้อควรพิจารณาสำคัญสำหรับการใช้งานคลาวด์

แม้ว่าเทคโนโลยีคลาวด์จะมีประโยชน์หลายประการ แต่ข้อกังวลหลัก ๆ ที่มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาเมื่อเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีคลาวด์ คือ อำนาจอธิปไตยของข้อมูลพลเมือง ความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัว ในงานสัมมนา นาวาอากาศเอก อมร ชมเชย รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ  สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ จึงได้ตอกย้ำถึงปัจจัยสำคัญที่องค์กรภาครัฐควรพิจารณาก่อนจะย้ายไปใช้งานคลาวด์ ซึ่งรวมไปถึงกลยุทธ์ในการย้ายไปใช้งานคลาวด์ ความพร้อมขององค์กรในแง่เครื่องมือต่าง ๆ รวมถึงบุคลากร ธรรมาภิบาลและความปลอดภัย การจัดการโครงการในเชิงโลจิสติกส์และการติดตั้งใช้งาน

เพื่อตอบข้อกังวลในด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว นาวาอากาศเอก อมร แนะนำว่าในปัจจุบัน มีโซลูชั่นคลาวด์หลากหลายที่สามารถเซ็ตระดับการจัดการและการควบคุมความเป็นส่วนตัวได้ องค์กรภาครัฐเพียงแค่ต้องหาผู้ให้บริการคลาวด์ที่เหมาะสมที่จะช่วยติดตั้งและให้คำแนะนำตรงนี้ได้ อีกประเด็นหนึ่งคือ  บริการด้านคลาวด์ต่างๆ ที่เลือกใช้นั้น ต้องมีมาตรฐานที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้านความเป็นส่วนตัวและมาตรฐานในประเทศของCSA

สำหรับหลายองค์กรที่เริ่มเปลี่ยนไปใช้ระบบคลาวด์โดยมักจะพึ่งพาผู้ให้บริการระบบคลาวด์เพียงอย่างเดียว  นาวาอากาศเอก อมร ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า แทนที่จะเน้นพึ่งผู้ให้บริการอย่างเดียว องค์กรภาครัฐควรเตรียมทีมเฉพาะภายในองค์กรที่จะต้องรับผิดชอบในบางประเด็น เช่น การจัดการด้านความปลอดภัย ข้อมูลบัญชีผู้ใช้งาน และการจัดประเภทข้อมูล  ที่สำคัญก่อนการนำระบบคลาวด์ไปใช้จริง องค์กรควรเตรียมแนวทางการจัดการระบบคลาวด์และแผนพัฒนาบุคลากรภายในองค์กรเพื่อให้เข้าใจการใช้งานคลาวด์ เมื่อเราเตรียมความพร้อมในเชิงปฏิบัติ องค์กรต่างๆ สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการย้ายไปใช้งานคลาวด์ และได้รับประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีนี้อย่างเต็มที่”  นาวาอากาศเอก อมร กล่าวทิ้งท้าย

“RISE with SAP” โซลูชั่นที่ช่วยให้องค์กรภาครัฐเริ่มต้นใช้งานคลาวด์ได้อย่างง่ายดาย

บริษัทเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซต่างหันมาใช้งานคลาวด์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์สำหรับลูกค้าและเพิ่มรายได้ เช่นเดียวกับองค์กรภาครัฐที่กำลังขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน  ซึ่งการใช้ประโยชน์จากคลาวด์ เทคโนโลยีใหม่ ๆ และนวัตกรรมที่ก้าวล้ำ จะทำให้องค์กรภาครัฐทำงานได้โดยอัตโนมัติและใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้คาดการณ์อนาคตได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยพลิกโฉมรูปแบบการให้บริการและสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

เอทูล ทูลิ กรรมการผู้จัดการ เอสเอพี ประจำภูมิภาคอินโดไชน่ากล่าวว่า "องค์กรภาครัฐต้องประสบกับแรงกดดันในด้านงบประมาณและทรัพยากรที่จำกัด ในขณะที่ความต้องการของประชาชนเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง การมีเครื่องมือดิจิทัลสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการและทำให้ระบบมีความซับซ้อนน้อยลงนั้นมีความสำคัญอย่างมาก โซลูชั่น RISE with SAP คือแพ็คเกจที่เราคิดค้นมาสำหรับองค์กรที่อยากเริ่มต้นใช้งานคลาวด์ โดยให้บริการแบบ subscription และเหมาะกับการใช้งานในทุกอุตสาหกรรมหรือสายธุรกิจ องค์กรต่าง ๆ สามารถเลือกที่จะเริ่มต้นและออกแบบกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับองค์กรของตนได้

ในด้านความปลอดภัย โซลูชั่นของเอสเอพีทั้งหมดรวมถึ “RISE with SAP” เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐาน ISO 27001 เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญที่ให้ความรู้แก่ลูกค้าในด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ที่สำคัญเรายังมีทางเลือกสำหรับการโฮสต์ข้อมูลในประเทศตามความต้องการขององค์กรภาครัฐ และสามารถเลือกใช้งานคลาวด์ของพาร์ทเนอร์ของเรา เช่น AWS, Microsoft Azure และGoogle Cloud เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการใช้บริการคลาวด์จะเป็นไปตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดของภาครัฐในประเทศไทย เอทูล กล่าวเสริม

ด้วยการปรับปรุงและเปลี่ยนระบบให้ทันสมัยเมื่อเปลี่ยนมาใช้งานคลาวด์ องค์กรจะให้บริการด้านต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นจะถูกตัดออกไป และสร้างขีดความสามารถใหม่ให้กับพนักงานในการโฟกัสกับงานที่สำคัญขององค์กร  นอกเหนือจากประโยชน์ในเชิงประสิทธิภาพแล้ว การใช้คลาวด์ในการจัดการข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน จะช่วยให้องค์กรได้รับข้อมูลเชิงลึกที่ดีขึ้น ทำให้การตัดสินใจในการพัฒนาระบบการให้บริการประชาชนมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น

การย้ายไปยังระบบคลาวด์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และมีความจำเป็น  ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในแง่มุมหนึ่งเท่านั้น หลังจากการปรับใช้งานคลาวด์แล้ว คาดว่าภาครัฐจะหันมาใช้งานเทคโนโลยี AI และ IoT ในอัตราที่สูงขึ้นเช่นกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและปรับปรุงบริการสำหรับประชาชนต่อไป สิ่งสำคัญคือ องค์กรภาครัฐในประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนากลยุทธ์การย้ายไปใช้ระบบคลาวด์พื้นฐาน  โดยเริ่มต้นจากก้าวเล็ก ๆ และค่อยๆ เพิ่มเสกลในระดับใหญ่ขึ้น

ในฐานะบริษัทที่ช่วยพลิกโฉมองค์กรลูกค้าสู่อินเทลลิเจนท์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ เอสเอพี เป็นผู้นำตลาดซอฟต์แวร์แอปพลิเคชันระดับองค์กร ที่ได้ช่วยเหลือองค์กรขนาดต่างๆในทุกอุตสาหกรรมให้สามารถทำงานได้ดีขึ้น โดย 77% ของรายได้จากการทำธุรกรรมของโลกนั้นเกิดขึ้นบนระบบของเอสเอพี นอกจากนี้เทคโนโลยีแมชชีน เลิร์นนิ่ง อินเตอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IoT) และเทคโนโลยีการวิเคราะห์ขั้นสูงของเอสเอพี ช่วยเปลี่ยนธุรกิจของลูกค้าให้เป็นอินเทลลิเจนท์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ เอสเอพีช่วยให้ผู้คนและองค์กรเข้าใจในธุรกิจอย่างลึกซึ้ง รวมถึงส่งเสริมการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจ เราลดความซับซ้อนของเทคโนโลยีเพื่อให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้ซอฟต์แวร์ของเราได้อย่างที่ต้องการและต่อเนื่อง ชุดแอปพลิเคชันและบริการครบวงจรของเอสเอพี ช่วยให้ลูกค้าธุรกิจและภาครัฐกว่า 25 อุตสาหกรรมทั่วโลก สามารถทำกำไร ปรับตัว และสร้างความแตกต่างได้ ด้วยเครือข่ายลูกค้าพาร์ทเนอร์ พนักงาน และผู้นำทางความคิดที่มีอยู่ทั่วโลก เอสเอพีช่วยให้โลกดำเนินงานได้ดีขึ้นและปรับปรุงชีวิตของผู้คน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.sap.com

# # #

คำแถลงการณ์ใด ๆ ที่มีอยู่ในเอกสารฉบับนี้ซึ่งไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ เป็นแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้า ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายปฏิรูปการฟ้องร้องการฟ้องร้องคดีหลักทรัพย์เอกชนของปีพ. ศ. 2538 คำต่างๆ เช่น "คาดการณ์" "เชื่อ" "ประมาณการณ์" "คาดว่า", "ตั้งใจ" "อาจ" "ควร" และ "จะ" และสำนวนที่คล้ายคลึงกันที่เกี่ยวข้องกับเอสเอพี ถือเป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า เอสเอพีไม่มีข้อผูกมัดในการเผยแพร่หรือแก้ไขแถลงการณ์ที่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าใด ๆ ต่อสาธารณชน แถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าทั้งหมดขึ้นอยู่กับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนต่างๆที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงแตกต่างอย่างมากจากที่คาดการณ์ไว้ ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการทางการเงินในอนาคตของเอสเอพี จะถูกกล่าวถึงอย่างละเอียดยิ่งขึ้นในเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) รวมถึงรายงานประจำปีล่าสุดของเอสเอพี ในแบบฟอร์ม 20-F ที่ยื่นต่อ SEC ผู้อ่านต้องได้รับการเตือนว่าอย่าให้เชื่อมั่นในแถลงการณ์เชิงคาดการณ์เหล่านี้เกินควร ซึ่งได้ระบุไว้ในวันที่พูดเท่านั้น

© 2020 SAP SE สงวนลิขสิทธิ์.

SAP และผลิตภัณฑ์และบริการของ SAP อื่น ๆ ที่กล่าวถึงในที่นี้รวมถึงโลโก้ที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ SAP SE ในประเทศเยอรมนีและประเทศอื่น ๆ โปรดดู https://www.sap.com/copyright  สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าและประกาศต่างๆ


สำหรับลูกค้าที่สนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เอสเอพี:


ศูนย์ลูกค้าทั่วโลก: +49 180 534-34-24


สำหรับลูกค้าในประเทศสหรัฐอเมริกา: โทร 1 (800) 872-1SAP (1-800-872-1727)

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเชิงนโยบายที่ privacy policy กรณีได้รับข่าวประชาสัมพันธ์และไม่ต้องการรับข่าวสาร

ใดๆ ทางอีเมล กรุณาติดต่อ press@sap.com และเขียนระบุหัวข้ออีเมลว่ายกเลิกการรับ

ข่าวสาร (Unsubscribe)

 

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.