Header Ads

Header ADS

บลจ.ทิสโก้ เปิดกอง 'ทิสโก้ Genomic Revolution' เน้นลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ 'จีโนมิกส์' รับเทรนด์นวัตกรรมการรักษาโรคเฉพาะบุคคล

ทิสโก้ลุยเมกะเทรนด์  เปิดกองTGENOMEลงทุน‘จีโนมิกส์’

 

บลจ.ทิสโก้ เปิดกอง 'ทิสโก้ Genomic Revolution' เน้นลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ 'จีโนมิกส์' รับเทรนด์นวัตกรรมการรักษาโรคเฉพาะบุคคล

บลจ.ทิสโก้เปิด กองทุนเปิด ทิสโก้ Genomic Revolution ลงทุนในนวัตกรรมการแพทย์ ‘จีโนมิกส์’ หรือ นวัตกรรมทางด้านยีนและพันธุกรรม รับเทรนด์การรักษาโรคที่เจาะจงเฉพาะบุคคล เพิ่มโอกาสการรักษา ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วย ชี้น่าสนใจทั้งแง่การเติบโตของธุรกิจ และผลตอบแทนย้อนหลัง เปิด IPO 4-12 ม.ค. 64

นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด และที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า ในปี 2564 บลจ.ทิสโก้ยังคงเดินหน้านำเสนอกองทุนที่เป็น ‘นวัตกรรมการลงทุน’ ในธุรกิจที่เป็นเมกะเทรนด์ของโลก รวมถึงเพิ่มกองทุนรวมใหม่ที่ลงทุนในตลาดหุ้นที่มีศักยภาพการเติบโต เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเฮลธ์แคร์ และธุรกิจเทคโนโลยี เพราะรายได้ในกลุ่มธุรกิจดังกล่าวมีโอกาสเติบโตอย่างมากตามพฤติกรรมและโครงสร้างของประชากรโลก โดยหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ควบรวมสองเมกะเทรนด์ข้างต้นไว้ด้วยกันคือ กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ ‘จีโนมิกส์’ ซึ่งรายงานของ McKinsey Global Institute ได้ยกให้ ‘จีโนมิกส์’ เป็น 1 ใน 12 ธุรกิจเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (Disruptive technologies) อีกด้วย

“จีโนมิกส์ คือ การถอดรหัสพันธุกรรมมนุษย์ หนึ่งในนวัตกรรมทางการแพทย์ระดับโลกที่ช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพที่มีความซับซ้อนและหลากหลายของมนุษย์ โดยลงลึกการตรวจวินิจฉัย ป้องกัน และรักษาโรคอย่างแม่นยำ แบบ ‘จำเพาะรายบุคคล’ ช่วยเพิ่มโอกาสการรักษาหาย และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้น โดยปัจจุบันวงการจีโนมิกส์ให้ความสนใจในการศึกษาวิจัยเรื่องการแสดงออกของยีนก่อโรค เช่น โรคมะเร็งต่างๆ อัลไซเมอร์ เบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบและอุดตัน ดาวน์ซินโดม เป็นต้น ขณะที่ประเทศไทยได้นำนวัตกรรมดังกล่าวมาวินิจฉัย ดูแล และป้องกันการกลายพันธุ์ของยีนในเซลล์มะเร็งชนิดต่างๆ เพื่อการรักษา และให้ยาได้ตรงความต้องการของผู้ป่วยแต่ละบุคคล ช่วยลดอาการข้างเคียงจากการรักษาแบบเดิม และช่วยยืดชีวิตผู้ป่วยให้ยืนยาวขึ้น ซึ่งบลจ.ทิสโก้มองว่าหลังจากนี้ทั่วโลกจะนำเทคโนโลยีการรักษานี้มาพัฒนา และใช้กับผู้ป่วยมากขึ้นเรื่อยๆ และจะส่งผลให้รายได้ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนี้มีโอกาสเติบโตที่ดีในระยะยาว” นายสาห์รัชกล่าว

เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีตามเทรนด์ของโลก บลจ.ทิสโก้จึงเริ่มต้นปีด้วยการเปิดเสนอขาย กองทุนเปิด ทิสโก้ Genomic Revolution (TGENOME) ความเสี่ยงระดับ 7 (ความเสี่ยงสูง) เน้นลงทุนในบริษัทที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับธีม Genomics Revolution ที่ได้รับประโยชน์จากการยืดอายุขัย และการยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ รวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่น จากการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ ร่วมกับความก้าวหน้าและวิวัฒนาการของการศึกษาหน้าที่และเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับหน่วยที่ควบคุมลักษณะของพันธุกรรม (Genomics) ผ่านหน่วยลงทุนของกองทุน ARK Genomic Revolution ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟที่ใช้กลยุทธ์การบริหารแบบเชิงรุก จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท เปิดเสนอขายครั้งแรกวันที่ 4-12 มกราคม 2564 ทั้งนี้ กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมจึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก

สำหรับความน่าสนใจของกองทุนนี้มาจากสองปัจจัยหลัก ปัจจัยแรก คือ โอกาสการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับจีโนมิกส์นั้นอยู่ในระดับที่น่าสนใจ อย่างเช่นการรักษามะเร็งด้วยวิธีเซลล์บำบัด หรือคาร์ทีเซลล์ (CAR-T Cell Therapies) โดยนำเม็ดเลือดขาวของผู้ป่วยออกมาเลี้ยงและดัดแปลงยีนก่อนฉีดกลับเข้าไปในคนไข้นั้น ข้อมูลจาก Ark Invest ระบุว่า ปัจจุบันสหรัฐฯ อนุญาตให้ใช้วิธีดังกล่าวรักษามะเร็งระยะ 3-4 สามารถสร้างมูลค่าตลาดในสหรัฐฯ ได้ประมาณ 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ถ้าหากว่า CAR-T cell ได้รับอนุมัติให้ใช้กับมะเร็งระยะเริ่มต้นได้ จะมีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 105,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่าเลยทีเดียว ธุรกิจต่อมา คือ การตรวจหามะเร็งจากตัวอย่างเลือด (Liquid Biopsies) ซึ่งเป็นหนึ่งในนวัตกรรมจีโนมมิกส์ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยรู้ตัวเร็วและเข้าสู่การรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ข้อมูลจาก Polaris Market Research คาดว่าในระหว่างปี 2562 – 2569 มูลค่าตลาด Liquid Biopsies จะเติบโต 21.9% ต่อปี จากปี 2561 มีมูลค่าการตลาดอยู่ที่ 65.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ปัจจัยที่สอง คือ ผลตอบแทนในอดีตของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับจีโนมิกส์อยู่ในระดับที่โดดเด่น โดยกองทุน ARK Genomic Revolution ETF ซึ่งเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับจีโนมิกส์สามารถสร้างผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือน 1 ปี 3 ปี 5 ปี และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนถึงปัจจุบันตามข้อมูลของบลจ.ทิสโก้ ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 อยู่ที่ 22.19% 122.11% ต่อปี 37.37% ต่อปี 29.26% ต่อปี และ 22.92% ต่อปี ตามลำดับ ซึ่งสามารถเอาชนะดัชนีชี้วัดกองทุน ได้แก่ ดัชนี S&P 500 ที่ในช่วงเวลาเดียวกันสร้างผลตอบแทนได้ 8.93% 15.15% ต่อปี 12.28% ต่อปี 14.15% ต่อปี และ 11.46% ต่อปี ดัชนี MSCI World ในช่วงเวลาเดียวกันสร้างผลตอบแทนได้ 7.93% 10.41% ต่อปี 7.74% ต่อปี 10.48% ต่อปี และ 7.90% ต่อปี และดัชนี NASDAQ Biotech ซึ่งเป็นดัชนีที่เกี่ยวข้องกับหุ้นไบโอเทค ในช่วงเวลาเดียวกันอยู่ที่ -0.82% 36.90% ต่อปี 7.40% ต่อปี 6.61% ต่อปี และ 5.97% ต่อปี ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม ไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

นายสาห์รัช กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่ลงทุนในกองทุนนี้ นอกจากจะได้รับโอกาสที่ดีในการลงทุนแล้ว ยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคเงินให้กับคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อกองทุนภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง สำหรับเป็นทุนในการรักษาผู้ป่วยและกิจกรรมอื่นๆ ในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ด้วยหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ โดยตั้งแต่วันที่ 4 – 12 มกราคม 2564 ทุกๆ ยอดซื้อกองทุน TGENOME 100,000 บาท ผ่านบลจ.ทิสโก้ ธนาคารทิสโก้ และบริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ บลจ.ทิสโก้จะบริจาคค่าธรรมเนียมการขายกองทุน 50 บาทให้กับกองทุนภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง และในช่วงเวลาเดียวกันหากลูกค้าที่มียอดเงินลงทุนในกองทุน TGENOME ตั้งแต่ 20 – 29.99 ล้านบาท จะได้รับทองคำหนัก 2 สลึง และยอดเงินลงทุนตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไป รับทองคำหนัก 1 บาท (1 ท่าน ต่อ 1 สิทธิ์)

ทั้งนี้ กองทุนเปิด TGENOME อาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในต่างประเทศ จึงมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนรวม ผู้สนใจลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า ศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนรวม โดยเฉพาะนโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุนที่ได้เปิดเผยไว้ที่ www.tiscoasset.com และสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ. ทิสโก้ หรือ ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา หรือ TISCO Contact Center โทร. 0 2633 6000 กด 4, 0 2080 6000 กด 4 และ www.tiscoasset.com หรือ แอปพลิเคชัน TISCO My Funds

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.