Header Ads

Header ADS

เจดีเซ็นทรัล โชว์สินค้าน่าซื้อจากโครงการ “ชวนกันมาช้อป น้องๆ สุขใจ” ปี2



เจดีเซ็นทรัล โชว์สินค้าน่าซื้อจากโครงการ “ชวนกันมาช้อป น้องๆ สุขใจ” ปี2
 

หลังจากประสบความสำเร็จกับโครงการ “ชวนกันมาช้อป น้องๆ สุขใจ” ที่เจดีเซ็นทรัลร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในการส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้การต่อยอดผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น สร้างสรรค์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ตลาดวาดฝัน หรือ Equity Partnership เพื่อจำหน่ายทางออนไลน์บนแพลทฟอร์มเจดีเซ็นทรัลเมื่อปีที่ผ่านมา เจดีเซ็นทรัล ก็ไม่รอช้า เดินหน้าโครงการนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง เพื่อนำรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมอบให้กับนักเรียนทุนเสมอภาคในโรงเรียนสังกัดสพฐ.

สำหรับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตลาดวาดฝัน (Equity Partnership) จากภูมิปัญญาชุมชนสู่การต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์ของน้องๆนักเรียนทุนเสมอภาค กสศ. จาก 11 โรงเรียนทั่วประเทศ พัฒนาร่วมกับนักเรียนโรงเรียนนานาชาติ 6 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ภายใต้โครงการนวัตกรรมเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (Equity Partnership’s School; Network) ซึ่งมีผลิตภัณฑ์จากความคิดสร้างสรรค์ของน้องๆ ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าผ้าฝ้ายทอมือ ดอกไม้จากใบยางพารา และอื่นๆ อีกหลากหลายรายการ
ทั้งนี้หัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือการสร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันระหว่างนักเรียนชนบทและเมือง อย่างไม่มีช่องว่างของความเหลื่อมล้ำ เด็กๆ ต่างมีศักยภาพที่แตกต่างกัน และนี่คือสิ่งพิเศษที่พวกเขาเติมเต็มซี่งกันและกันได้

มาดูกันว่าปีนี้ สินค้าในโครงการ “ชวนกันมาช้อป น้องๆ สุขใจ” มีอะไรน่าซื้อน่าใช้บ้าง
 


กระเป๋าผ้าทอมือแฮนด์เมด
จากแรงบันดาลใจในการนำเส้นฝ้ายสีฟ้าและสีแดงที่ย้อมสีจากธรรมชาติมาทอเป็นผืนผ้า พร้อมปักลวดลายดอกไฮเดรนเยีย ดอกไม้สัญลักษณ์ของอำเภอขุนแปะ ออกมาเป็นกระเป๋าผ้าทอมือแฮนด์เมด ผลงานของกลุ่มนักเรียนโรงเรียนบ้านขุนแปะ จังหวัดเชียงใหม่ และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จำหน่ายในราคาเบาๆ ใบละ 329 บาท
 


เสื้อที่ทำจากผ้าทอมือ
ผ้าทอมือที่ย้อมสีจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น ประดับตกแต่งเสื้อด้วยลูกเดือย วัสดุจากธรรมชาติที่หาได้จากในชุมชน กลายมาเป็นเสื้อคลุมแจ็กเก็ตสูท และเสื้อกล้ามสายเดี่ยวตัวใน ที่เนื้อผ้านุ่มสวมใส่สบาย ไม่ระคายผิว ด้วยแรงบันดาลใจในการผสมผสานความนำสมัยของแฟชั่นสมัยใหม่กับความดั้งเดิมที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน เป็นฝีมือการพัฒนาและสร้างสรรค์จากกลุ่มนักเรียนโรงเรียนบ้านทาเหนือวิทยา จังหวัดเชียงใหม่ และโรงเรียนบางกอกพัฒนา ราคาจำหน่ายสำหรับเสื้อกล้ามสายเดี่ยว 309 บาท และเสื้อคลุมแจ็กเก็ตสูท 969 บาท
 


กระเป๋าผ้าฝ้ายทอมือลายลูกแก้ว
จากแรงบันดาลใจที่เกิดจากกระเป๋าย่ามธรรมดาที่ผู้หญิงกระเหรี่ยงปกาญอบ้านห้วยต้ม จะทอไว้ใช้กันเองในครัวเรือน ซึ่งทักษะการทอผ้านี้ได้รับการสืบสานกันมารุ่นต่อรุ่น จึงนำทักษะที่มีนี้มาสร้างสรรค์และพัฒนาตัวกระเป๋าให้มีความทันสมัยขึ้น ผสานกับลวดลายการทอลูกแก้ว อันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน กลายเป็นกระเป๋าสะพายผ้าฝ้ายทอมือลายลูกแก้ว ผลงานจากกลุ่มนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ จังหวัดลำพูน และโรงเรียนบางกอกพัฒนา มีให้เลือกกันถึง 6 สี คือ ดำ-แดง, น้ำเงิน-ดำ, น้ำเงิน-เขียว, ฟ้า-ขาว, ชมพู-ขาว และขาว-ดำ จำหน่ายในราคาใบละ 499 บาท


 
สครับรังไหมออร์แกนิค
รังไหมธรรมชาติออร์แกนิคเป็นรังไหมที่ปลอดสารพิษที่ใช้เลี้ยงไหมแบบวิถีชุมชนดั้งเดิม ตัวรังไหมจะมีวิตามินที่ช่วยบำรุงผิวหน้าให้มีความชุ่มชื้นกระจ่างใส ลดริ้วรอยและความหมองคล้ำ เมื่อนำมาชุบน้ำผึ้งและมะนาว ผสมด้วยสารกลีเซอรีน ทำให้สามารถใช้ชำระล้างสิ่งสกปรกที่ตกค้างบนผิวหน้าได้ดี เป็นผลงานฝีมือกลุ่มนักเรียนโรงเรียนอนุบาลเกาะคา จังหวัดลำปาง และโรงเรียนนานาชาติฮาโรว์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำหน่ายภายใต้แบรนด์ “ฮักไหม” บรรจุในแพ็คเกจสวยงาม กล่องละ 15 ชิ้น จำหน่ายในราคากล่องละ 150 บาท
 


หมวกผ้าปักเด็กดอย “เหลอปั๊วะ”
“เหลอปั๊วะ” เกิดจากความงดงามของเส้นสายลายปัก โดยการนำเส้นด้ายหลากสีมาปักเป็นลวดลายต่างๆ บนหมวก เกิดเป็น “หมวกเด็กดอย” หรือเหลอปั๊วะ หมวกสไตล์บักเก็ต ฝีมือกลุ่มนักเรียนโรงเรียนสมาคมพยาบาลไทย จังหวัดน่าน และโรงเรียนนานาชาติโชร์สเบอรี่ ตัวหมวกมีสามสีให้เลือกคือ ดำ กรม และขาว ราคาจำหน่ายใบละ 349 บาท
 


กระเป๋าผ้าย้อมคราม
กระเป๋าผ้าทรง Tote Bag ฝีมือกลุ่มนักเรียนโรงเรียนบ้านดงหม้อทอง จังหวัดสกลนคร และโรงเรียนโชร์สเบอรี่ ที่ออกแบบกระเป๋าผ้าทรงสี่เหลี่ยม ย้อมและทำลวดลายด้วยครามธรรมชาติ ด้านหน้า มีช่องเล็กสำหรับใส่ของ ด้านในซับด้วยผ้าขาว ด้านล่างของกระเป๋าใช้วัสดุหนังแท้เย็บเข้ากับผ้าแคนวาส การออกแบบลวดลายใช้สไตล์มินิมอล ในคอลเลคชัน IN DYE GO  กล่าวได้ว่าเป็นกระเป๋าที่มีลวดลายเพียงใบเดียวในโลก เพราะลวดลายแต่ละใบจะไม่เหมือนกัน มี 3 ลายให้เลือก ราคาจำหน่ายใบละ 499 บาท



ผ้าพันคออัคนี
ผ้าฝ้ายทอมือ ที่ย้อมสีด้วยดินเขาอังคาร ซึ่งเป็นดินจากภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว และมัดหมี่ด้วยลวดลายของดอกฝ้ายคำจากสีของดอกดาวเรือง เป็นฝีมือของกลุ่มนักเรียนโรงเรียนบ้านเจริญสุข (กรป.กลางอุปถัมภ์) จังหวัดบุรีรัมย์ และโรงเรียนโชรส์เบอรี่ ขนาดผ้ากว้าง 0.5 เมตร ยาว 2.0 เมตร ราคาจำหน่ายผืนละ 399 บาท



ดอกไม้จากใบยางพาราพร้อมหัวน้ำหอมอโรม่าปรับอากาศ
ใบยางพาราที่ร่วงหล่นอย่างไร้ค่า ถูกนำมาเพิ่มมูลค่าด้วยการนำมาพับเป็นดอกไม้ พร้อมด้วยน้ำหอมอโรม่า ที่นอกจากจะวางประดับตกแต่งห้องให้สวยงามแล้ว ยังให้กลิ่นที่สดใส ที่เลือกได้ถึง 3 กลิ่น คือดอกมะลิ ดอกโมก และข้าวหอมมะลิ ผลงานสร้างสรรค์จากกลุ่มนักเรียนโรงเรียนเสมศิริอนุสรณ์ จังหวัดบุรีรัมย์ และโรงเรียนนานาชาติบางกอกเพรพ สินค้าบรรจุกล่องอย่างดี ราคาจำหน่ายเพียง 379 บาท
 

มกราแฮร์แอนด์บอดี้กิ๊ฟเซท สบู่+แชมพู
ด้วยแรงบันดาลใจที่เห็นเปลือกส้มโอพันธุ์ขาวแตงกวาที่ถูกกองทิ้งไว้หลังเสร็จสิ้นงานส้มโอเมืองชัยนาท ทำให้เกิดความคิดที่จะนำมาเปลือกส้มโอมาเป็นส่วนผสมหลักของสบู่และแชมพู เป็นสบู่สีขาวและเขียว พร้อมเพิ่มสครับขัดผิวจากใยกล้วย และแชมพูที่มีคุณสมบัติช่วยขจัดแบคทีเรียและเชื้อราบนหนังศีรษะ ลดอาการคัด ผมร่วง รักษารากผมให้แข็งแรง พร้อมช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม ฝืมือการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์จากกลุ่มนักเรียนโรงเรียนบ้านชัฎฝาง จังหวัดชัยนาท และโรงเรียนโชรส์เบอรี่ ราคาจำหน่ายเซ็ทละ 289 บาท



 
กระเป๋าผ้าแฮนด์เมดอเนกประสงค์
กระเป๋าที่นำเศษผ้ามาเย็บต่อกัน ออกแบบรูปทรงกระเป๋าให้ดูทันสมัย ใส่ได้ทั้งคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก แล็บท็อป ไอแพด หรือเอกสาร ฝีมือกลุ่มนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยเปล้า จังหวัดอุทัยธานี และโรงเรียนโชรส์เบอรี่ มีให้เลือก 3 สี คือน้ำเงิน ชมพู และน้ำตาล จำหน่ายราคาใบละ 499 บาท



ผ้าบาติกสีสันสดใส
ฝีมือกลุ่มนักเรียนโรงเรียนวัดท่ายาง จังหวัดนครศรีธรรมราช กับโรงเรียนนานาชาติบางกอก  เพรพ ที่ร่วมกันคิดลวดลายการเพ้นท์ผ้าบาติก และลงมือผลิตเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวาดลายด้วยเทียน ลงสี นำมาซักล้าง เนื้อผ้ามีคุณลักษณะพิเศษตามสไตล์บาติกตาปีคือยิ่งซักผ้าจะยิ่งนุ่ม มีสองสีสองสไตล์ให้เลือก จะใช้เป็นผ้าคลุมไหล่หรือจะสวมใส่เป็นเสื้อก็ได้ ราคาจำหน่าย 399 บาท


ผู้สนใจสามารถร่วมชมและช้อปผลิตภัณฑ์ของน้องๆ เยาวชนในโครงการ “ชวนกันมาช้อป น้องๆ สุขใจ” ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 28 มกราคม 2564 นี้ ทางแพลทฟอร์ม JD CENTRAL ที่จะให้ช้อปปิ้งกันแบบอุ่นใจไร้โควิด ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยของ เจดีเซ็นทรัล  สร้างความมั่นใจให้กับทั้งพนักงาน คู่ค้า และลูกค้า ทั้งยังมุ่งมั่นที่จะจำหน่ายสินค้าดีมีคุณภาพ รับประกันแบรนด์แท้ 100% การันตีความมั่นใจ หากพบของปลอมชดเชย 3 เท่า พร้อมส่งสินค้าอย่างรวดเร็ว คลิกเพื่อช้อปปิ้ง สินค้าคุณภาพดีได้ที่ www.jd.co.th หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน JD CENTRAL ได้บน AppStore และ PlayStore หรือติดตามผ่านทางทางFacebook: JD CENTRAL  

#JDCENTRAL #ช้อปของดีการันตีของแท้ #shoppingonline
 
 
เกี่ยวกับ “ชวนกันมาช้อป น้องๆ สุขใจ”
เป็นกิจกรรมจากโครงการพัฒนานวัตกรรมเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (Equity Partnership’s School Network) ที่เกิดจากความร่วมมือของพันธมิตรหลักคือ เจดีเซ็นทรัล และกสศ. โดยมีโรงเรียนในกรุงเทพเข้าร่วมเป็นพี่เลี้ยงให้กับโรงเรียนในสังกัดสพฐ. ในภูมิภาค วัตถุประสงค์หลักของโครงการเพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้การจำหน่ายสินค้าออนไลน์ ด้วยความเข้าใจอีคอมเมิร์ซแบบครบระบบนิเวศน์ (Ecosystem) ตั้งแต่การคิดค้นสินค้าที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย จนถึงการทำตลาด การถ่ายภพ และกระบวนการขนส่งสินค้า ต่อยอดด้วยการเพิ่มนำวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ในชุมชนมาเพิ่มมูลค่าสินค้า ด้วยการประยุกต์หรือดัดแปลง และนำมาจำหน่ายบนแพลทฟอร์มเจดีเซ็นทรัล นอกจากนี้ยังมีการอบรมครูในโรงเรียนที่เข้าร่วม เพื่อสามารถสอนและพัฒนาเยาวชนรุ่นต่อๆไป เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน
 
เกี่ยวกับเจดี เซ็นทรัล
เจดีเซ็นทรัล ผู้นำด้านเทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซและธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย ที่เกิดจากความร่วมมือของสองยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจค้าปลีกคือ เซ็นทรัลกรุ๊ป จำกัด และเจดีดอทคอม (JD.com) บริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจีน
เจดีเซ็นทรัลมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทย ด้วยการนำเสนอสินค้าคุณภาพของแท้ 100% จากแบรนด์ชั้นนำ ในราคาที่ดีที่สุด รวมไปถึงระบบจัดการสินค้าและการจัดส่งระดับโลกที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเชื่อถือได้ โดยมีเป้าหมายที่จะมุ่งสู่การเป็นอันดับ 1 ในธุรกิจออนไลน์ที่น่าเชื่อถือที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งยังมุ่งมั่นที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของเอสเอ็มอีไทยในตลาดโลก รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับโครงสร้างด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพทัดเทียมมาตรฐานโลก พร้อมส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคตอันใกล้อีกด้วย
 

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.