“พาณิชย์”เผยการค้าชายแดนและผ่านแดน 10 เดือนปี 62 มูลค่า 1.125 ล้านล้านบาท

“พาณิชย์”เผยการค้าชายแดนและผ่านแดน 10 เดือนปี 62 มูลค่า 1.125 ล้านล้านบาท

img
กรมการค้าต่างประเทศเผยการค้าชายแดนและผ่านแดน 10 เดือนปี 62 มูลค่า 1.125 ล้านล้านบาท ลดลง 1.94% เหตุได้รับผลกระทบจากบาทแข็ง ลดตามส่งออกภาพรวม เศรษฐกิจคู่ค้าชะลอตัว และสงครามการค้า รับเป้าปีนี้ 1.6 ล้านล้านบาท ส่อพลาด แต่ถือว่าทำเต็มที่แล้ว เตรียมเดินหน้าจัดกิจกรรมกระตุ้นการค้า คิวต่อไปที่สระแก้ว  
        
นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า มูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยในช่วง 10 เดือนของปี 2562 (ม.ค.-ต.ค.) มีมูลค่ารวม 1,125,543 ล้านบาท ลดลง 1.94% เป็นการส่งออก 627,454 ล้านบาท ลดลง 2.05% และการนำเข้า 498,089 ล้านบาท ลดลง 1.81% เกินดุลการค้า 129,365 ล้านบาท โดยแยกเป็นการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ มูลค่า 899,962 ล้านบาท ลดลง 2.96% เป็นการส่งออก 509,272 ล้านบาท ลดลง 5.04% นำเข้า 390,690 ล้านบาท ลดลง 0.11% เกินดุลการค้า 118,582 ล้านบาท และการค้าผ่านแดนกับ 3 ประเทศ มูลค่า 225,581 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.34% เป็นการส่งออก 118,182 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.37% นำเข้า 107,399 ล้านบาท ลดลง 7.56% เกินดุลการค้า 10,783 ล้านบาท
        
ทั้งนี้ ในด้านการค้าชายแดน มาเลเซียยังคงเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง มีมูลค่า 437,983 ล้านบาท ลดลง 7.37% เป็นการส่งออก 211,776 ล้านบาท ลดลง 12.68% นำเข้า 226,207 ล้านบาท ลดลง 1.77% ขาดดุลการค้า 14,431 ล้านบาท รองลงมาคือ เมียนมา มูลค่า 164,420 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.65% เป็นการส่งออก 85,169 ล้านบาท ลดลง 3.31% นำเข้า 79,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.94% เกินดุลการค้า 5,919 ล้านบาท สปป.ลาว มูลค่า 164,800 ล้านบาท ลดลง 6.85% เป็นการส่งออก 97,534 ล้านบาท ลดลง 9.25% นำเข้า 67,265 ล้านบาท ลดลง 3.12% เกินดุลการค้า 30,269 ล้านบาท และกัมพูชา มูลค่า 132,759 ล้านบาท เป็นการส่งออก 114,792 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.87% นำเข้า 17,967 ล้านบาท ลดลง 6.95% เกินดุลการค้า 96,826 ล้านบาท

ขณะที่การค้าผ่านแดน จีนตอนใต้มีมูลค่า 107,215 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.83% เป็นการส่งออก 46,349 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.98% นำเข้า 60,866 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.12% ขาดดุลการค้า 14,518 ล้านบาท รองลงมา คือ เวียดนาม มูลค่า 56,251 ล้านบาท ลดลง 13.88% เป็นการส่งออก 45,922 ล้านบาท ลดลง 3.56% นำเข้า 10,329 ล้านบาท ลดลง 41.66% เกินดุลการค้า 35,593 ล้านบาท และสิงคโปร์ มูลค่า 62,116 ล้านบาท ลดลง 12.80% เป็นการส่งออก 25,912 ล้านบาท ลดลง 9.21% นำเข้า 36,204 ล้านบาท ลดลง 15.21% ขาดดุลการค้า 10,292 ล้านบาท

“การค้าชายแดนและผ่านแดนที่ปรับตัวลดลง ได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า การส่งออกภาพรวมที่ปรับตัวลดลง ปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ทำให้การค้าขายชะลอตัวลง และมีแนวโน้มที่ตัวเลขทั้งปีอาจทำไม่ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ที่ 1.6 ล้านล้านบาท แต่ก็ถือว่าได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว เพราะปีนี้ มีปัจจัยกระทบเข้ามามาก”นายกีรติกล่าว

นายกีรติกล่าวว่า กรมฯ ได้ติดตามการค้าเป็นรายประเทศ พบว่า ด้านมาเลเซีย การส่งออกยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง เช่น กลุ่มสินค้ายางพารา ผลิตภัณฑ์ยาง สปป.ลาว สถานการณ์การค้ายังคงหดตัว โดยเฉพาะกลุ่มน้ำมันดีเซล รถยนต์ อุปกรณ์ เมียนมา มูลค่าขยายตัว แต่การส่งออกยังคงหดตัว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าน้ำมันดีเซล และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และกัมพูชา เป็นประเทศที่การค้าขยายตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งออกกลุ่มสินค้าเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รถยนต์และอุปกรณ์ เป็นต้น จากการที่คนกัมพูชามีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น

ด้านการค้าผ่านแดน จีนตอนใต้ มีอัตราขยายตัวสูงต่อเนื่อง สินค้าส่งออกที่ขยายตัวสูง ได้แก่ ผักผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและเครื่องคอมพิวเตอร์ เวียดนาม การส่งออกลดลง โดยเฉพาะผลไม้สดแช่เย็น ส่วนสิงคโปร์ สถานการณ์การค้ามีภาวะลดลง เช่น กลุ่มสินค้าเครื่องยนต์สันดาป และเครื่องคอมพิวเตอร์

อย่างไรก็ตาม กรมฯ จะเดินหน้าจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดนอย่างต่อเนื่อง โดยต้นปี 2563 มีแผนการจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษต่อ โดยกำลังเตรียมการลงพื้นที่ไปยังจังหวัดสระแก้ว นำคณะโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หลังจากที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ไปแก้ไขปัญหาการค้าชายแดนที่มาเลเซีย สปป.ลาว และเมียนมามาแล้ว

ความคิดเห็น