ฝุ่น PM 2.5 ยังไม่หายไป! เตรียมพร้อมรับมือกับภัยร้ายรอบตัวที่ป้องกันได้

ฝุ่น PM 2.5 ยังไม่หายไป! เตรียมพร้อมรับมือกับภัยร้ายรอบตัวที่ป้องกันได้

ฝุ่น PM2.5 ยังไม่หายไป! เตรียมพร้อมรับมือกับภัยร้ายรอบตัวที่ป้องกันได้

กรุงเทพฯ, (28 พฤศจิกายน 2562) – “อากาศ” สิ่งที่คนเราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแต่เป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่สุดที่ช่วยให้มนุษย์มีชีวิตอยู่รอดได้ และเมื่อสภาพอากาศในปัจจุบันเต็มไปด้วยมลพิษ ทั้งจากก๊าซอันตราย และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ หัวใจ รวมถึงเยื่อบุนัยน์ตา-จมูก การคุกคามของปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ จึงสร้างความตื่นตระหนกอย่างมากในประเทศไทยโดยเฉพาะในช่วงปีที่ผ่านมาที่ฝุ่นขนาดเล็กเริ่มก่อตัวและปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจน แล้วคนไทยพร้อมที่จะรับมือกับปัญหาเหล่านี้หรือยัง?

หากลองมองเรื่องนี้ในมุมมองที่กว้างขึ้น ปัญหามลพิษทางอากาศถือเป็นปัญหาใหญ่ระดับนานาชาติที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งทางองค์การอนามัยโลก(WHO) ได้ออกมาเผยสถิติว่า ในแต่ละปีมีประชากรทั่วโลกเสียชีวิตราว ล้านคน จากมลพิษทางอากาศและ 80 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกยังอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าคุณภาพทางอากาศย่ำแย่เกินกว่าที่องค์การอนามัยโลกกำหนดอีกด้วย[1] ซึ่งประเทศไทยกำลังประสบปัญหานี้และมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต เนื่องจากการขยายตัวของเมืองใหญ่และจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น

โดยปกติแล้วฝุ่นในชั้นบรรยากาศจะมีขนาดตั้งแต่0.002 - 500 ไมครอน โดยฝุ่นที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์นั้น จะต้องมีขนาดเล็กกว่า 10ไมครอน[2] ซึ่งกรมควบคุมมลพิษได้ระบุไว้ว่า PM2.5ที่เราคุ้นหูกันดี คือ ฝุ่นที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ซึ่งฝุ่นชนิดนี้เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การเผาไหม้จากยานพาหนะ หรือวัสดุการเกษตร ซึ่งสิ่งที่น่ากังวลคือฝุ่นชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายของมนุษย์สามารถเข้าสู่ร่างกายของเราได้ผ่านการหายใจ[3] แต่อาจจะไม่ได้ส่งผลร้ายได้ในทันที ซึ่งหากเราได้รับ PM 2.5 ในระยะสั้น จะทำให้เกิดอาการระคายเคืองจมูก แสบจมูก ไอ ไปจนถึงมีเสมหะ ส่งผลต่อเนื่องจนทำให้ทางเดินหายใจอักเสบ มีความเสี่ยงที่ปอดจะติดเชื้อ และเมื่อเกิดการสะสมเป็นระยะเวลานานอาจจะเป็นสาเหตุของโรคที่ร้ายแรงมากขึ้น เช่น โรคถุงลมโป่งพอง และมะเร็งปอด ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะบุคคลที่มีความเสี่ยงและควรจะเฝ้าระวังฝุ่นร้ายนี้เป็นพิเศษ เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับทางเดินหายใจ โรคหอบหืด หรือโรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ผู้สูงอายุ เด็ก และสตรีมีครรภ์ ที่อาจมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอกว่าคนทั่วไป

สำหรับวิธีการป้องกันเบื้องต้นทางคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี[4] แนะนำว่าควรจะสวมใส่หน้ากากอนามัย N95 และควรทำการทดสอบการแนบสนิทของหน้ากากกับใบหน้า (Fit test) ทุกครั้งที่สวมหน้ากาก โดยใช้มือทั้งสองข้างโอบรอบหน้ากากแล้วหายใจแรงกว่าปกติ ถ้าหน้ากากแนบสนิทดีแล้วจะไม่มีการรั่วของลมหายใจออกมาจึงมั่นใจได้ว่าเราปลอดภัยจากฝุ่น PM 2.5 หรือวิธีที่ง่ายที่สุดคืออยู่ในพื้นที่อาคารและงดกิจกรรมที่ต้องออกไปเจอฝุ่นข้างนอก แต่ในความเป็นจริงพื้นที่ภายในบ้านก็ใช่ว่าปลอดภัยจาก PM 2.5 เสียทีเดียว เพราะถ้าหากเราเปิดประตูหน้าต่างหรือเวลาเรากลับเข้ามาจากข้างนอกอาคาร มักจะมีฝุ่นติดตัวเข้ามาด้วยเสมอ ดังนั้น เมื่อเราควบคุมสภาพอากาศภายนอกไม่ได้ การปรับสภาพอากาศภายในบ้านให้บริสุทธิ์โดยใช้เครื่องฟอกอากาศ จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้เราห่างไกลจากฝุ่น PM2.5มากยิ่งขึ้น

แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าอากาศภายในบ้านบริสุทธิ์หรือไม่? ในปัจจุบันด้วยวิวัฒนาการและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น ทำให้เราสามารถมองเห็น “อากาศ” รอบตัวอยู่ในรูปแบบของตัวเลขดิจิทัลบนจอแสดงผลที่จะทำให้เรารับรู้ได้ว่าภายในพื้นที่ที่เราอยู่อาศัยนั้นสภาพอากาศเป็นอย่างไร ปลอดภัยต่อสุขภาพของเราหรือไม่ และเครื่องฟอกอากาศในปัจจุบันได้ถูกออกแบบพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานมากขึ้น ทั้งด้านการดูแลสุขภาพทางเดินหายใจ เพิ่มเซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่นที่ชาญฉลาดมาก ดังนั้นฟีเจอร์ที่จำเป็นเหล่านี้จะช่วยให้เราควบคุมสภาพอากาศได้อย่างง่ายดาย และดูแลสุขภาพของตัวเราและคนที่เรารักได้สะดวกมากยิ่งขึ้น


ฝุ่น PM2.5 ยังไม่หายไป! เตรียมพร้อมรับมือกับภัยร้ายรอบตัวที่ป้องกันได้

หากมองผลิตภัณฑ์ในตลาดเครื่องฟอกอากาศ ซัมซุงถือเป็นแบรนด์ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อคุณภาพชีวิตในบ้าน ซึ่งได้พัฒนานวัตกรรมเครื่องฟอกอากาศบริสุทธิ์หลากหลายรูปแบบออกมาสู่ประเทศไทยเป็นประเทศแรก ๆ หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดประเทศเกาหลีใต้ซึ่งถือเป็นประเทศที่ประสบปัญหาด้านมลภาวะทางอากาศมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ซัมซุงได้นำเสนอเทคโนโลยีฟอกอากาศที่มาพร้อมกับระบบตรวจจับฝุ่นละอองที่ทำงานด้วยเลเซอร์ PM เลเซอร์ และหน้าจอที่แสดงค่าฝุ่นละอองต่าง ๆ ภายในห้องได้อย่างถูกต้องแม่นยำ(Numeric Easy View Display) รองรับการเชื่อมต่อWi-Fi ช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจสอบคุณภาพอากาศภายในบ้านได้จากระยะไกล โดยควบคุมการทำงานผ่านแอปพลิเคชัน SmartThings ได้ทุกที่ทุกเวลาฟอกอากาศได้รวดเร็วผ่านช่องรับอากาศด้านหน้าที่สามารถกระจายอากาศบริสุทธิ์ได้ ทิศทาง และนวัตกรรมฟอกอากาศบริสุทธิ์หลายขั้นตอน ที่สามารถขจัดฝุ่นอนุภาคเล็ก 0.3 ไมครอน ซึ่งเป็นฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า PM 2.5 ได้มากถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์

โดยซัมซุงได้นำเสนอ ซัมซุง คิวบ์ AX9500 (CUBE)เครื่องฟอกอากาศสำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานดีไซน์สวยงามลงตัวไร้ที่ติ หรือ ซัมซุง บลู สกาย (BLUE SKYเพื่อตอบโจทย์คนรักสุขภาพ ให้สามารถเลือกใช้งานตามขนาดพื้นที่ในบ้านได้อย่างเหมาะสม โดยทุกรุ่นจะมาพร้อมกับสมาร์ทฟังก์ชันที่ช่วยให้ผู้ใช้งานมั่นใจว่าคุณภาพอากาศในพื้นที่ปลอดภัย ซัมซุง คิวบ์AX9500 สีเมทัลซิลเวอร์ วางจำหน่ายที่ราคา 28,900บาท และซัมซุง บลู สกาย AX7500 ราคา 29,900บาท ซัมซุง บลู สกาย AX5500 ราคา 20,900 บาท และ ซัมซุง บลู สกาย AX3300 ราคา 11,900 บาทสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่https://www.samsung.com/th/air-purifier/

# # # # #


เกี่ยวกับ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์
บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด จุดประกายแรงบันดาลใจและสร้างวิถีแห่งอนาคตด้วยความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น โดยบริษัทได้สร้างนิยามใหม่ให้กับโลกของโทรทัศน์ สมาร์ทโฟน อุปกรณ์อัจฉริยะสวมใส่ได้ แท็บเล็ต กล้องถ่ายภาพ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อุปกรณ์การแพทย์ ระบบเครือข่าย สารกึ่งตัวนำและ LED โซลูชั่น สำหรับข่าวสารล่าสุด ท่านสามารถเยี่ยมชม Samsung Newsroom ได้ที่news.samsung.com

ความคิดเห็น