“พาณิชย์”เคาะจ่ายส่วนต่างประกันรายได้ข้าว งวด 4 ชี้ต่อไปแนวโน้มราคาพุ่ง หลังผลผลิตลดฮวบ

“พาณิชย์”เคาะจ่ายส่วนต่างประกันรายได้ข้าว งวด 4 ชี้ต่อไปแนวโน้มราคาพุ่ง หลังผลผลิตลดฮวบ

img
“พาณิชย์”เคาะราคาส่วนต่างประกันรายได้ข้าว งวดที่ 4 รอบนี้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือกเจ้าและข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ยังคงได้รับส่วนต่าง ส่วนอีก 3 ชนิดไม่ได้เหมือนเดิม เหตุราคาตลาดยังคงสูงกว่าราคาประกัน ชี้งวดนี้ น่าจะจ่ายส่วนต่างสูงที่สุดแล้ว หลังประเมินจากนี้ไป แนวโน้มราคาพุ่งต่อเนื่อง จากปริมาณผลผลิตลด ทั้งนาปี นาปรัง คาดลดลงเหลือแค่ 27.5 ล้านตัน  

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะประธานอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2562 คณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาการชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง โดยมีมติให้จ่ายเงินส่วนต่างงวดที่ 4 ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจำนวน 2 ชนิด คือ ข้าวเปลือกเจ้าตันละ 2,553.39 บาท สูงกว่าราคาส่วนต่างที่จ่ายในงวด 1 , 2 และ 3 โดยงวด 1 ราคา 2,469.64 บาท งวด 2 ราคา 2,440.27 บาท และงวด 3 ราคา 2,490.75 บาท และข้าวเปลือกหอมปทุมธานีตันละ 1,595.68 บาท สูงกว่างวด 1 ที่จ่ายราคา 783.45 บาท งวด 2 ราคา 1,028.88 บาท และงวด 3 ราคา 1,201.24 บาท ส่วนข้าวอีก 3 ชนิด คือ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ และข้าวเปลือกเหนียว ไม่ชดเชย เพราะราคาตลาดสูงกว่าราคาประกันรายได้

ทั้งนี้ คาดว่าการจ่ายเงินส่วนต่างประกันรายได้ข้าวงวดนี้ น่าจะเป็นงวดที่จ่ายส่วนต่างสูงสุดสำหรับข้าวเปลือกเจ้าและข้าวเปลือกหอมปทุมธานี เพราะแนวโน้มราคาข้าวกำลังปรับตัวสูงขึ้น จากมาตรการที่รัฐได้นำมาใช้ในการดึงผลผลิตข้าวออกจากตลาด ทั้งสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก ที่จ่ายเงินให้ชาวนาที่เก็บชาวทันทีตันละ 1,500 บาท และยังได้เงินค่าข้าวจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) อีก 80% ของข้าวที่เก็บไว้ในยุ้งฉาง สินเชื่อรวบรวมข้าว ที่ชดเชยดอกเบี้ยให้กับสถาบันเกษตรกร และการชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการเพื่อเก็บข้าว มีเป้าหมายดึงผลผลิตออกถึง 6.5 ล้านตัน ซึ่งเพียงพอที่จะชะลอผลผลิตข้าวออกสู่ตลาดและทำให้ราคาสูงขึ้นได้   
        
นายวิชัยกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มราคาข้าวในภาพรวม คาดว่า ราคาจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากมาตรการของรัฐที่นำมาใช้คู่ขนานกับโครงการประกันรายได้ และปริมาณผลผลิตข้าวที่ลดลงจากปัญหาภัยแล้ง และน้ำท่วม ที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ โดยคาดว่าผลผลิตข้าวนาปี จะลดลงเหลือเพียง 24 ล้านตัน จากปกติ 25-27 ล้านตัน และผลผลิตข้าวนาปรัง คาดว่าจะลดลงเหลือเพียง 3.5 ล้านตัน จากคาดการณ์ผลผลิต 7-8 ล้านตัน ทำให้เหลือผลผลิตข้าวเปลือกในประเทศเพียง 27.5 ล้านตัน
        
“ผลผลิตข้าวเปลือกทั้งนาปี นาปรัง เมื่อคิดเป็นข้าวสารน่าจะอยู่ที่ราวๆ 17 ล้านตัน หากส่งออก 8 ล้านตัน เหลือ 9 ล้านตันสำหรับบริโภคในประเทศ แต่ถ้าหักข้าวเปลือกไว้สำหรับทำพันธุ์ ก็จะยิ่งเหลือข้าวสารน้อยลงไปอีก ซึ่งมองว่าจากนี้ไป แนวโน้มราคาข้าวจะยิ่งปรับตัวสูงขึ้น”นายวิชัยกล่าว

ความคิดเห็น