สิงห์ เอสเตท ร่วมกับ แม็กซ์ ฟิวเจอร์ ผนึกกำลังชวนภาคี Sun Plaza จัดโครงการ Let’s Go Green, Save The Earth ตั้งเป้าเดินหน้าสู่ชุมชนปลอดขยะพลาสติกปี 2565

             สิงห์ เอสเตท และ บริษัท แม็กซ์ ฟิวเจอร์ จำกัด ในฐานะผู้บริหารอาคารซันทาวเวอร์สและตลาดซันพลาซา ผนึกภาครัฐนาบ นริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ปัญหาขยะพลาสติกนับเป็นภาระเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายกำลังเร่งหาแนวทางรับมือและแก้ไขร่วมกันโดยเฉพาะขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง หรือที่เรียกว่า Single-use Plastic ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของชุมชน รวมทั้งการจัดการอย่างถูกวิธีเป็นได้ยากเนื่องจากปริมาณขยะพลาสติกจำนวนมหาศาล นำไปสู่ปัญหามลพิษทางทะเลที่รุนแรง รวมถึงความกังวลในเรื่องไมโครพลาสติกในห่วงโซ่อาหารที่อาจเป็นความเสี่ยงต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ สิงห์ เอสเตท ได้ตระหนักถึงปัญหาและต้องการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อปัญหานี้ จึงได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ "วิภาวดี ไม่มีขยะ" โดยเครือข่ายเพื่อความยั่งยืนแห่งประเทศไทย (Thailand Responsible Business Network: TRBN) นอกจากนั้นยังได้ปรับกระบวนการภายในองค์กรให้ลด ละ เลิก การใช้พลาสติก และส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากร (Upcycling) หรือการสร้างมูลค่าให้กับขยะพลาสติก เพื่อสร้างองค์กรที่ปลอดขยะพลาสติกภายในปี 2565 
          ล่าสุดทาง สิงห์ เอสเตท ได้ร่วมกับ บริษัท แม็กซ์ ฟิวเจอร์ จำกัด บริษัทในเครือ ในฐานะผู้บริหารอาคารซันทาวเวอร์สและตลาดซันพลาซา จัดทำโครงการ Let's Go Green, Save The Earth ณ บริเวณตลาดซันพลาซา ตั้งอยู่ในซอยเฉยพ่วง โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัทพันธมิตรผู้เช่าอาคารซันทาวเวอร์ส และบริษัทใกล้เคียงในย่านวิภาวดี รวมกว่า 20 บริษัท พ่อค้าแม่ค้าในตลาด และเขตจตุจักรร่วมเป็นภาคี โดยแบ่งเป็นเฟสที่ 1 มุ่งทำให้ตลาดซันพลาซาเป็นตลาดและชุมชนต้นแบบในการสร้างความตระหนักรู้การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง มีเป้าหมายเป็นกลุ่มพนักงานออฟฟิศ ประชาชนที่มาใช้บริการบริเวณตลาดซันพลาซา และชุมชนโดยรอบรวมกว่า 10,000 คน รวมทั้งตั้งเป้าลดปริมาณขยะพลาสติกภายในตลาดซันพลาซาลงอย่างน้อย 20% ต่อปี พร้อมกันนี้ยังรณรงค์ให้พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และหันมาใช้บรรจุภัณฑ์ทดแทนพลาสติก หรือภาชนะที่ผลิตจากวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ซึ่งได้เริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา ขณะนี้มีร้านค้าให้ความร่วมมือแล้วกว่า 80% จากร้านค้าทั้งหมดที่มีมากกว่า 100 ร้านค้า รวมทั้งภายในตลาดยังได้รับการสนับสนุนจากน้ำสิงห์ในการเปลี่ยนขวดน้ำพลาสติกเป็นขวดแก้วทั้งหมด ด้านลูกค้าที่นำถุงผ้าหรือบรรจุภัณฑ์มาเองก็จะได้รับสิทธิพิเศษ อาทิ ได้รับส่วนลดพิเศษหรือเพิ่มปริมาณสินค้า รวมทั้งมีกิจกรรมสร้างแรงจูงใจ "แชะ แชร์ โชว์" โดยลูกค้าสามารถถ่ายภาพตนเองถือถุงผ้า ใช้แก้วน้ำส่วนตัว หรือใช้กล่องใส่อาหารแทนพลาสติก และแชร์ภาพผ่านทางโซเซียลมีเดียของตนเอง พร้อมใส่ #SgoesGreen เพื่อสะสมแต้มลุ้นรับรางวัลมูลค่ากว่า 100,000 บาท อาทิ ตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ภายในประเทศ บัตรเงินสดมูลค่า 1,000 บาท รวมทั้งของพรีเมียมต่างๆ มากมาย ส่วนเฟส 2 เตรียมจัดทำเว็บไซต์ตลาดซันพลาซาเพื่อเป็นสื่อกลางรับสมัครพ่อค้าแม่ค้าที่มีแนวคิดหรือด้านการลดใช้พลาสติก มาร่วมอุดมการณ์สร้างชุมชนปลอดขยะพลาสติก โดยคาดว่าจะสามารถก้าวสู่การเป็นชุมชนปลอดขยะพลาสติกได้ภายในปี 2565
          ทั้งนี้บริษัทต่างๆ ที่ร่วมเป็นภาคีในโครงการยังได้มีการจัดทำกิจกรรมเพื่อรณรงค์เรื่องขยะให้พนักงานภายในองค์กรของตนอีกด้วย อาทิ บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ได้จัดทำโครงการรณรงค์การแยกขยะให้ถูกประเภท บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดแคมเปญ CSR ภายในองค์กรให้พนักงานนำขยะหรือของที่สามารถรีไซเคิลมาแลกเป็นถุงผ้าได้ และ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประชาสัมพันธ์เรื่องการลดการใช้ถุงพลาสติกในองค์กร พร้อมมีจุดยืม – คืน ถุงผ้า บริเวณทางเข้าออกของอาคาร
          "นอกจากนั้นสิงห์ เอสเตท มีแผนที่จะนำโมเดลโครงการ Let's Go Green, Save The Earth ไปต่อยอดกับทุกธุรกิจของบริษัทในระยะยาว โดยแผนระยะสั้นจะนำโครงการดังกล่าวไปรณรงค์ที่อาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ ในย่านอโศก - เพชรบุรี ด้วยเช่นกัน" คุณนริศ กล่าวปิดท้าย

ความคิดเห็น