Header Ads

Header ADS

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ อัดช่วง 6 เดือนกว่า 100 กิจกรรม ดันส่งออกปี 64

img

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ อัดช่วง 6 เดือนกว่า 100 กิจกรรม ดันส่งออกปี 64

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ฉลองครบรอบ 69 ปี โชว์ผลงานขับเคลื่อนการส่งออกตามนโยบาย “จุรินทร์” สามารถรับมือกับวิกฤตโควิด-19 ดันยอดส่งออกสร้างรายได้เข้าประเทศได้ต่อเนื่อง พร้อมกางแผนทำงานก้าวขึ้นสู่ปีที่ 70 อัดกว่า 100 กิจกรรมช่วง 6 เดือน เร่งส่งออก เพิ่มรายได้ เน้นเจรจาธุรกิจออนไลน์ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย พัฒนาสินค้าและบริการ เพิ่มความรู้ส่งออก ออนไลน์ และรุกตลาดสินค้า BCG Economy มั่นใจดันส่งออกโตตามเป้า 4%
         
นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า วันที่ 12 มี.ค.2564 กรมฯ ได้ครบรอบวันสถาปนา 69 ปี และกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 70 โดยมีผลการดำเนินงานในการขับเคลื่อนการส่งออก ตามนโยบายที่ได้รับจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประสบความสำเร็จด้วยดี โดยในปี 2563 ที่ผ่านมา สามารถผลักดันการส่งออกสินค้าและบริการของไทย และนำรายได้เข้าประเทศได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าไทยและทั่วโลกจะประสบกับวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19

โดยผลการทำงานรับมือวิกฤตโควิด-19 ได้ปรับรูปแบบการจัดงานแสดงสินค้าสำคัญจากออฟไลน์ เป็นออนไลน์ และจัดแบบเสมือนจริง มีงานแสดงสินค้าที่ประสบความสำเร็จ เช่น งานแสดงสินค้าออนไลน์ดิจิทัลคอนเทนต์แบบครบวงจร , งานแสดงสินค้าอาหารและงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม , งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ เป็นต้น และยังมีการจัดงานแสดงสินค้าแบบ Mirror-Mirror ที่นำสินค้าไปจัดแสดง ผู้ประกอบการไม่ต้องเดินทางไป แต่สามารถขายสินค้าได้ผ่านทางออนไลน์ รวมทั้งยังมีการจัดเจรจาธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งในช่วงการจัดงานแสดงสินค้า และจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจออนไลน์เฉพาะสินค้า
         
นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน โดยร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์ในต่างประเทศ เปิดร้าน TOPTHAI เช่น Amazon สหรัฐฯ , Tmall ในเครืออาลีบาบา จีน , Bigbasket อินเดีย และ  klangthai.com กัมพูชา จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น Live Streaming ประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทย โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งภายใน 15 นาที มีผู้ชมชาวจีนกดไลค์กว่า 16 ล้านไลค์ จัดกิจกรรมพัฒนาผู้ประกอบการการค้าออนไลน์ ทั้ง SMEs ผู้ประกอบการรายใหม่ และนักศึกษา เป็นต้น
         
ขณะเดียวกัน กรมฯ ได้ให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) โดยได้มีการมอบของขวัญและร่วมทำบุญ ณ สถานสงเคราะห์เด็ก มูลนิธิสงเคราะห์เด็กอ่อนพิการทางสมองและปัญญา (บ้านเฟื่องฟ้า) นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 มี.ค.2564 และจัดกิจกรรม DITP Calories for Charity ระหว่างวันที่ 11 ก.พ.-11 มี.ค.2564 ในคอนเซ็ปต์ ท้า ทำ สมทบ (ทุน) เป็นการท้าให้ออกกำลังกายด้วยการเดิน วิ่ง เพื่อลดแคลอรี่ และนำรายได้ไปบริจาคให้กับสถานีไออุ่น เพื่อน้องๆ นักเรียนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่โรงเรียนร่มเกล้าปางตอง และโรงเรียนบ้านห้วยมะเขือส้ม อ.เมืองแม่ฮ่องสอน
         
นายสมเด็จกล่าวว่า สำหรับแผนการทำงานขับเคลื่อนการส่งออกในปี 2564 ซึ่งเป็นปีที่ 70 ของการก่อตั้ง กรมฯ ได้กำหนดแผนการทำงานเร่งด่วนในช่วง 6 เดือน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการไปแล้วตั้งแต่เดือนก.พ.2564 ที่ผ่านมา โดยมีกิจกรรมที่จะดำเนินการรวมทั้งสิ้น 106 กิจกรรม แยกเป็นการเจรจาธุรกิจออนไลน์ (Online Business Matching – OBM) กำหนดจัด 21 ครั้ง เน้นสินค้าทุกกลุ่มและทุกประเทศ เช่น ผัก ผลไม้ ยางพารา ผลิตภัณฑ์ยาง สินค้าฮาลาล ประมง แฟชั่น ชิ้นส่วนยานยนต์ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องมือแพทย์ ของตกแต่งบ้าน พลาสติกและผลิตภัณฑ์ และสินค้าจากวิสาหกิจเพื่อสังคม
         
ทั้งนี้ ยังมีแผนที่จะนำผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ รวม 11 ครั้ง เช่น งานแสดงสินค้า Gulfood 2020 , Foodex Japan 2021 , Seoul Food & Hotel 2021 , Automechanika Dubai 2021 การจัดคณะผู้แทนการค้าสินค้าฮาลาลเยือนตลาดเป้าหมาย เช่น อียิปต์ อินโดนีเซีย กัมพูชา จีนและอินเดีย เป็นต้น
         
ทางด้านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าไทย กำหนดจัด 24 ครั้ง แยกเป็นการจัดงานแสดงสินค้า Top Thai Brands 2021 ในอาเซียน 7 ครั้ง ที่พนมเปญ เชียงขวาง ไชยะบุรี ฮานอย โฮจิมินห์ ย่างกุ้ง มะนิลา จัดกิจกรรมในตลาดจีน 4 โครงการ ได้แก่ การลงนาม MOU ด้านความร่วมมือทางการค้าระหว่างกรมฯ กับกรมพาณิชย์ไห่หนาน , โครงการส่งเสริมการขายผ่านช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ในฮ่องกง , โครงการจัด Thai Pavilion ในงาน China International Consumer Products Expo Hainan Expo และ Top Thai Brands Kunming 2021 จัดกิจกรรมในเอเชียตะวันออกและโอเชียเนีย 7 โครงการ ได้แก่ สร้างภาพลักษณ์สินค้า Cartoon Character และสินค้าเครื่องปรุงรสไทยในงาน Sydney Royal Easter Show 2021 , การพัฒนาสินค้าท้องถิ่นสู่ตลาดสากล ครั้งที่ 1 , จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อจัดซื้อสินค้าไทย , การส่งเสริมการขายสินค้าไทยผ่านสื่อทีวีดิจิทัล , การส่งเสริมการขายร่วมกับซุปเปอร์มาร์เก็ตในญี่ปุ่น , การพัฒนาสินค้าท้องถิ่นสู่สากล ครั้งที่ 2 และจัดกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าและร้านอาหารไทย และจัดกิจกรรมในตลาดเอเชียใต้ 6 โครงการ ได้แก่ กิจกรรม OBM สินค้าอาหารสัตว์ น้ำมันปาล์ม ของเล่นเด็ก เครื่องสำอาง ไม้ยางพารา ผลิตภัณฑ์ยางพารา ตลาดอินเดีย , ส่งเสริมการขายสินค้าอาหารและผักผลไม้ทางออนไลน์ร่วมกับบริษัท Grocery Avenue ซึ่ง 2 โครงการแรกได้จัดไปแล้ว , โครงการส่งเสริมการขายสินค้าอาหารและผักผลไม้ทางออนไลน์ ออฟไลน์ร่วมกับซุปเปอร์มาร์เก็ตเครือรีไลแอนซ์ / ฟิวเจอร์กรุ๊ป , จัดงานแสดงสินค้า Top Thai Brands 2021 ที่เมืองไฮเดอราบัด เมืองปูเน่ และรัฐอินเดียตะวันตก       

สำหรับการผลักดันการส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ มีกิจกรรมที่จะดำเนินการรวม 19 ครั้ง เช่น การพัฒนาสินค้าไลฟ์สไตล์ การส่งเสริมสินค้าไลฟ์สไตล์เข้าสู่ตลาดต่างประเทศ การจัดคณะผู้แทนการค้ามาเจรจาการค้า การพัฒนาสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ สินค้าแม่และเด็ก สินค้า OTOP และสินค้าผู้สูงอายุ เป็นต้น และยังมีโครงการฝึกอบรมและพัฒนาผู้ประกอบการอีก 31 ครั้ง เช่น การอบรมความรู้ด้านการส่งออก โครงการต้นกล้าทูโกล การค้าขายออนไลน์ เป็นต้น   
         
นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้เพิ่มความสำคัญกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าและบริการ BCG Economy (เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว) เพราะเป็นสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน และกำลังเป็นเทรนด์ใหม่ของโลกที่กำลังเติบโต โดยในปี 2564 มีแผนนำร่องจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้านวัตกรรมที่คำนึกถึงสิ่งแวดล้อมสู่ตลาดเกาหลี เพื่อประชาสัมพันธ์และเพิ่มโอกาสส่งออกให้กับสินค้าไทยในกลุ่มของใช้ภายในบ้าน ของตกแต่งบ้าน และสินค้าแฟชั่นและสิ่งทอ โดยมีกำหนดจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจออนไลน์ช่วงวันที่ 29-31 มี.ค.2564 นี้
         
“การจัดกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกดังกล่าว เป็นการดำเนินการตามนโยบายที่ได้รับจากนายจุรินทร์ เพื่อสร้างโอกาสในการขยายตลาดส่งออกให้กับสินค้าและบริการของไทย และผลักดันให้การส่งออกของไทยในปี 2564 มีการขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ประเมินไว้ที่ 4%” นายสมเด็จกล่าว

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.