Header Ads

Header ADS

เจาะลึกเคล็ดลับการเลือกเลนส์แว่นฉบับ ดู๋-สัญญา

 

หลังจากรับหน้าที่แบรนด์เอมบาสเดอร์ให้กับเอสซีลอร์มาตลอด 1 ปี ดู๋-สัญญา คุณากร พิธีกรมากความสามารถ ได้พูดคุยผ่านรายการไลฟ์สตรีมมิ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพดวงตาและการเลือกเลนส์แว่นตาที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กับบทบาทพิธีกรที่เป็นอยู่ วันนี้ทางพี่ดู๋จะมาสรุปเคล็ดลับการเลือกเลนส์แว่นตาฉบับมินิมอลสไตล์ดู๋-สัญญากัน

คนส่วนใหญ่เมื่อเดินเข้าร้านแว่นก็มักให้ความสำคัญในการเลือกกรอบแว่นเป็นอันดับแรก เพราะคิดว่ากรอบแว่นที่สวมใส่สบายและทำให้ผู้สวมใส่ดูดีนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แล้วปล่อยขั้นตอนสำคัญในการเลือกเลนส์ให้ถูกกำหนดด้วยราคาของเลนส์มาก่อน การเลือกเลนส์ที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตของเราแท้จริงแล้ว สำคัญประหนึ่งการเลือกอวัยวะที่ต้องอยู่เคียงคู่กับเราเลย เพราะเลนส์คือองค์ประกอบสำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงคุณภาพการมองเห็นของเรา ฉะนั้น สิ่งแรกที่เราควรศึกษาเป็นอันดับแรกในการซื้อแว่นก็คือเลนส์นั่นเอง

เจาะลึกเคล็ดลับการเลือกเลนส์แว่นฉบับ ดู๋-สัญญา



ชนิดของโครงสร้างเลนส์สายตา

  1. เลนส์ชั้นเดียว (Single Vision) คือ เลนส์ที่แก้ไขปัญหาการมองเห็น จากค่าสายตาที่ผิดปกติระยะเดียว เช่น สายตาสั้น หรือสายตายาว ซึ่งอาจมีหรือไม่มีสายตาเอียงร่วมด้วย
  2. เลนส์อายเซ็น (Eyezen) คือนวัตกรรมเลนส์รุ่นใหม่เพื่อการแก้ไขปัญหาสายตาของคนยุคดิจิทัล ที่ต้องใช้สายตาหน้าจออุปกรณ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่องยาวนานตลอดวัน มีทั้งรุ่นที่ออกแบบด้วยเทคโนโลยีที่คำนวณค่าบิดเบือนของแสง 2 ระยะทั้งการมองใกล้และไกล และรุ่นที่มีเทคโนโลยีช่วยลดการเพ่ง เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าดวงตาซึ่งเป็นอาการที่พบบ่อยในผู้ที่ใช้งานสายตาในระยะใกล้อย่างหนักกับทั้งจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน โดยช่วยให้มองเห็นอย่างคมชัดสบายตายิ่งขึ้น
  3. เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive Lenses) เลนส์หลายโฟกัสที่เหมาะกับคนอายุ 40 ปีขึ้นไป ถูกออกแบบเพื่อให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนทั้งระยะใกล้ กลางและไกลโดยไม่มีรอยต่อในเนื้อเลนส์ ด้วยคุณสมบัติในการแก้ไขปัญหามองเห็นได้หลายระยะจึงสวมใส่ได้ทุกสถานการณ์และตลอดวัน โดยไม่ต้องคอยสลับใช้แว่นตาหลายอัน เช่น เปลี่ยนใส่แว่นอ่านหนังสือ

อีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญของการเลือกเลนส์แว่นตา นอกจากการเลือกโครงสร้างเลนส์ที่สามารถแก้ไขปัญหาสายตาเราได้แล้ว ผู้สวมใส่แว่นยังสามารถมีฟีเจอร์เสริมที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านสุขภาพ และตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายได้เช่นกัน

  1. การป้องกันแสงสีน้ำเงิน (Blue UV Capture) เพื่อกรองแสงสีน้ำเงินทั้งจากแสงอาทิตย์ ตลอดจนโทรทัศน์และหน้าจออุปกรณ์ดิจิทัลต่าง ๆ เนื่องจากแสงสีน้ำเงินสามารถทะลุผ่านเลนส์ตาและกระจกตาเข้าไปถึงจอประสาทตาได้ หากได้รับเป็นเวลานานจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสภาวะจอประสาทตาเสื่อมเร็วกว่าที่ควร
  2. การเปลี่ยนสีเลนส์อัตโนมัติเข้มขึ้นตามสภาพแสง (Transitions Lens) เรียกว่าเลนส์ปรับแสง เมื่ออยู่ในที่ร่มเลนส์จะใสเหมือนเลนส์สายตาปกติ เมื่อออกแดดเลนส์จะปรับสีเข้มขึ้นคล้ายกับแว่นกันแดด ทำให้ผู้ที่มีปัญหาสายตาสามารถสวมใส่แว่นสายตาออกกลางแจ้งได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมาสวมแว่นกันแดด คุณสมบัตินี้ยังช่วยกรองรังสี UV ทั้ง UVA/UVB ได้ 100% ซึ่งช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อโรคต้อกระจกที่จะเพิ่มมากขึ้นตามอายุ นอกจากป้องกันรังศี UV แล้ว เลนส์ทรานซิชั่นส์ (Transitions Lens) ยังกรองแสงสีนำเงินอีกด้วย
  3. การตัดแสงจ้าด้วยเลนส์โพลาไรซ์หรือเอกซ์เพอริโอ เป็นเลนส์ที่ผู้มีปัญหาสายตาหลายท่านไม่ทราบว่า สามารถทำเลนส์สายตาเป็นแว่นกันแดดได้ เลนส์ชนิดนี้จะช่วยขจัดความจ้าของแสงที่สะท้อนเข้าตาที่รบกวนการมองเห็น รวมถึงเพิ่มความสบายตาในการสวมใส่เมื่ออยู่กลางแจ้งหรือขณะขับรถ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนหรือขณะทำกิจกรรมแอคทีฟต่างๆ กลางแดดจ้า

ต่อไปนี้เวลาเราเดินเข้าร้านแว่น นอกจากการเลือกกรอบให้เข้ากับรูปหน้า และเสริมบุคคุลิกของเราเองแล้ว เรายังสามารถเลือกเลนส์ที่แก้ไขปัญหาสายตา และมีนวัตกรรมเลนส์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตัวเราเองได้อีกด้วย ที่สำคัญที่ควรเลือกแบรนด์ของเลนส์แว่นตาที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้เราได้ใช้เลนส์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่โฆษณาจริง ๆ เพราะ "เลนส์แว่นตาไม่ใช่อะไรก็ได้" สำหรับเลนส์ที่คุณดู๋แนะนำ คือ เอสซีลอร์ (Essilor) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตเลนส์แว่นตาระดับโลกจากฝรั่งเศสเอสซีลอร์ เลนส์แว่นตาที่จบครบทุกคุณสมบัติ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขการมองเห็น การปกป้องสุขภาพดวงตา และความเคลียร์ใส ทำให้คุณทำทุกกิจกรรมอย่างเต็มที่ไม่มีสะดุด #ดูแลสุขภาพสายตา #ยิ่งเร็วยิ่งดี

สอบถามเลนส์แว่นตาเอสซีลอร์ได้ที่ศูนย์แว่นตาชั้นนำใกล้บ้านคุณ หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ http://www.essilor.co.th

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.