Header Ads

Header ADS

Vertiv: ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ประสิทธิภาพและความยั่งยืนของ 5G


Vertiv: ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ประสิทธิภาพและความยั่งยืนของ 5G

 งานวิจัยจาก STL Partners และ Vertiv เผยว่า ผู้ให้บริการโทรคมนาคมควรให้ความสำคัญ

เรื่องประสิทธิภาพและความยั่งยืนของการให้สัญญานระบบ 5G

การนำการปฏิบัติที่เป็นเลิศมาใช้และการจับคู่ทางธุรกิจกับลูกค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้แข็งแกร่งจะเป็นหลักการสำคัญสำหรับผู้ให้บริการ

ประเทศไทย (25 กุมภาพันธ์ 2021) ระบบ 5G จะเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารที่พลิกโฉมมากที่สุดระบบหนึ่ง และสามารถให้บริการรูปแบบใหม่ได้ครอบคลุมหลากหลาย รวมไปถึงศักยภาพการจัดการด้านพลังงานขั้นสูงซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ปัญหาอุปสรรคทางด้านพลังงานและความยั่งยืนที่กำลังมีมากขึ้น แต่งานวิจัยใหม่นี้ยังได้ชี้ให้เห็นถึงอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นได้ในด้านการจัดการพลังงานด้วยระบบ 5G ซึ่งอาจเกิดกับผู้ให้บริการโทรคมนาคม

มีการคาดการณ์ว่า เครือข่าย 5G นั้นจะมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบ 4G ก่อนหน้านี้ได้สูงถึง 90% ต่อหนึ่งทราฟฟิก แต่ตัวระบบนั้นจำเป็นต้องใช้พลังงานมากกว่าเนื่องจากเครือข่ายมีความหนาแน่นมากขึ้น อีกทั้งยังมีการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานและระบบ IT เป็นอย่างมาก รวมไปถึงการใช้เครือข่ายที่เพิ่มมากขึ้นและการเติบโตของทราฟฟิกที่เร็วยิ่งขึ้น มากกว่านั้นมีการสรุปรายงานจากที่ปรึกษาด้านโทรคมนาคม STL Partners และ Vertiv (NYSE:VRT) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่สำคัญและโซลูชั่นความต่อเนื่องนั้นว่า ผู้ให้บริการโทรคมนาคมนั้นควรจัดการอุปสรรคเหล่านี้ด้วยสองวิธีการ นั่นก็คือ การนำการปฏิบัติที่ดีเลิศในด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพทั่วทั้งโครงข่ายและการส่งเสริมให้ลูกค้านำระบบ 5G มาใช้เพื่อลดการใช้และการปลดปล่อยพลังงานในทุกด้าน

STL Partners คาดการณ์ว่า จะมีการใช้ทราฟฟิกของระบบ 5G ทั่วโลกสูงกว่าระบบ 3G/4G เร็วที่สุดภายในปี 2025 ซึ่งจะทำประเด็นความยั่งยืนกลายเป็นความสำคัญเร่งด่วนลำดับต้น ๆ ในแวดวงผู้ให้บริการ ในความเป็นจริงแล้ว 40% ของบริษัทที่ได้มีการสำรวจในรายงานนี้ชี้ให้เห็นว่า ควรให้ความสำคัญลำดับต้น ๆ แก่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อมีการเริ่มให้บริการโครงข่าย 5G

ในรายงานเรื่อง “ทำไมการจัดการพลังงานจึงมีส่วนความสำคัญที่ทำให้การใช้ระบบ 5G ประสบความสำเร็จ”  ได้ใช้งานวิจัยซึ่งสำรวจจากบริษัท 500 แห่งทั่วโลก เพื่ออธิบายถึงอุปสรรคที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมนั้นกำลังเผชิญอยู่ เพราะพวกเขาต้องรับมือกับการใช้พลังงานและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอันเกี่ยวเนื่องกับระบบ 5G  ในงานวิจัยยังชี้ให้เห็นเรื่องการปฏิบัติที่เป็นเลิศซึ่งให้ความสนใจการลดการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นมาและลดต้นทุน โดยสามารถจัดได้เป็นห้าประเภทดังนี้

1.เทคโนโลยีโครงข่าย : การใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ได้ออกแบบและใช้งานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ

2.โครงสร้างพื้นฐานของสิ่งอำนวยความสะดวก :  รวมไปถึงศูนย์ข้อมูล edge ใหม่เพื่อสนับสนุนระบบ IT ที่ใช้ Cloud Native

3.การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน : การเริ่มใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่เหมาะสมเพื่อวัดผล และสังเกตการณ์ รวมไปถึงจัดการ ปรับปรุงและให้ระบบเครือข่ายทำงานอัตโนมัติ

4.องค์กรและการประเมิน : ต้องดูภาพรวม การดูต้นทุนแบบทั้งวงจรชีวิตรวมถึงการลงทุนที่ครอบคลุมทั้งโครงข่าย

5.ทำงานร่วมกับผู้อื่น : ด้วยการนำแบบจำลองทางนวัตกรรมและการค้าที่ไม่ใช้วิธีการดั้งเดิม อีกทั้งมาตรฐานและการร่วมมือ

 

“ผู้ให้บริการโทรคมนาคมให้ความสำคัญในการลดค่าใช้จ่ายและลดการใช้พลังงานด้วยการประเมินระบบนิเวศทั้งหมดที่อยู่ล้อมรอบการปฏิบัติการเครือข่ายของผู้ให้บริการซึ่งก็คือ คน เป้าหมาย โครงสร้างพื้นฐาน และพันธมิตร” กล่าวโดย สก็อตต์ อาร์มูล รองประธานด้านการจ่ายไฟฟ้ากระแสตรงและข่ายสายตอนนอกทั่วโลกแห่ง Vertiv “เพราะการพึ่งพาระบบ IT ในการประยุกต์ใช้ระบบ 5G จำเป็นต้องมีการร่วมมือกันอย่างดียิ่งในกลุ่มผู้ให้บริการโทรคมนาคมทั้งหมด โรงงานผู้รับผลิตชิ้นส่วน (OEMs) รวมถึงผู้ให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐาน และลูกค้า เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า พวกเราจะสามารถเริ่มใช้ระบบได้อย่างเกิดประสิทธิผลสูงสุด และจะทำให้เกิดการดำเนินงานอันมีประสิทธิภาพเท่าที่จะเป็นไปได้”

5G คือเครื่องมือเพื่อความยั่งยืน

จากรายงานจะเห็นได้ชัดว่า การพัฒนาประสิทธิภาพด้านเครือข่ายและการปฎิบัติที่เป็นเลิศซึ่งตอนนี้กำลังเป็นประเด็นสำคัญนั้นเป็นเพียงส่วนเสี้ยวเดียวของประเด็นทางพลังงานซึ่งมาพร้อมกับระบบ 5G เท่านั้น โดยปฏิบัติการเหล่านั้นจะเกิดควบคู่ไปกับแนวทางเชิงสังคมและแนวทางที่มองภาพรวมมากยิ่งขึ้น เพื่อควบคุมการใช้และการปลดปล่อยพลังงานที่จะช่วยยกระดับศักยภาพของระบบ 5G ให้เหนือยิ่งไปกว่าการควบคุมของผู้ให้บริการโทรคมนาคม

“ผู้ให้บริการกำลังเริ่มใช้เครือข่าย 5G เพื่อสร้างรายรับให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะมาจากการเชื่อมต่อรูปแบบใหม่และแอพปลิเคชั่นที่จะช่วยให้ลูกค้าของผู้ให้บริการต่าง ๆ สามารถเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนโฉมได้” กล่าวโดยฟิล เลดเลอร์ ผู้อำนวยการที่ STL Partners “และเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ การแนะนำพันธมิตรให้กับลูกค้านั้น ผู้ให้บริการต้องนำร่องด้วยการเป็นต้นแบบแก่ลูกค้า ดังนั้นจึงควรเริ่มต้นด้วยการวางกลยุทธ์ด้านพลังงาน”

โอกาสในการก้าวไปข้างหน้า

หากกล่าวถึงการจูงใจให้ลูกค้าเปลี่ยนพฤติกรรมลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซคาร์บอน ในรายงานได้ชี้ให้เห็นว่า มีอุตสาหกรรม 3 ประเภทที่มีศักยภาพในการพัฒนาด้วยการใช้บริการระบบ 5G คือ ภาคการผลิตสามารถสร้างผลกำไรได้สูงสุดถึง 730,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2030 ด้วยการใช้ระบบ 5G เพื่อให้สามารถใช้ระบบอัตโนมัติและระบบการซ่อมบำรุงแบบคาดการณ์ขั้นสูงได้  นอกจากนี้ในภาคการคมนาคมและระบบโลจิสติกก็สามารถสร้างผลกำไรได้สูงสุดถึง 280,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 ด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงโครงสร้างพื้นฐานของการจราจรที่มีการเชื่อมต่อ อีกทั้งการส่งของไปยังบ้านโดยอัตโนมัติ และท้ายที่สุดจากรายงานยังนำเสนอว่า ระบบ 5G ยังช่วยให้ภาคสาธารณสุขสามารถพัฒนาการเข้าถึงการให้บริการสุขภาพให้แก่ผู้ป่วยได้สูงถึงหนึ่งพันล้านคนภายในปี 2030 ในขณะที่สามารถลดการปล่อยพลังงานอย่างต่อเนื่องและใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ได้เพิ่มมากขึ้น ทั้งยังลดการเดินทางของผู้ป่วยและแพทย์ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแพทย์อีกด้วย

การจูงใจให้เกิดพฤติกรรมนั้นเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ผู้ให้บริการสามารถบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่มาจากระบบ 5G แต่หน้าที่ที่เราต้องทำนั้น คือสร้างส่ิงที่พันธมิตรต้องการ จากผลสำรวจ มีเพียง 37% เท่านั้นที่กล่าวว่า พวกเขาเห็นว่าผู้ให้บริการเป็นคู่ค้าที่น่าเชื่อถือในด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในปัจจุบัน แต่อีก 56% ได้กล่าวว่า พวกเขาเชื่อว่าผู้ให้บริการโทรคมนาคมจะเป็นคู่ค้าที่น่าเชื่อถือในอนาคต

แดนนี หว่อง ผู้อำนวยการอาวุโส ด้านโทรคมนาคมแห่ง Vertiv Asia กล่าวว่า “เอเซียและแปซิฟิคจะเป็นภูมิภาคชั้นนำในเรื่องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนผู้ใช้ถึง 1.14 พันล้านคนในปี 2024 โดยอ้างอิงข้อมูลจาก GlobalData แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะน่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับภูมิภาคนี้ แต่เราก็ต้องไม่ลืมมองถึงอุปสรรคในการสร้างความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพกับความคาดหวังและความต้องการของลูกค้า นอกจากนี้การลงทุนในโซลูชั่นที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพก็เป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนและจะต้องเป็นส่วนหนึ่งในแผนระยะยาวของผู้ให้บริการสำหรับการให้บริการเครือข่าย 5G”

 

ท่านสามารถดาวน์โหลดข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมซึ่งรวมถึงทิศทางของโทรคมนาคมที่จะสามารถจูงใจลูกค้าหันไปใช้ระบบ 5G ด้วยวิธีการและกลยุทธ์ที่มีความยั่งยืน เพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพทั่วทั้งเครือข่าย 5G ได้จาก vertiv.com  และ STL Partners กำลังจะจัดสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อดังกล่าว โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก Vertiv ในวันที่ 2 มีนาคมศกนี้  สำหรับการลงทะเบียนเข้าร่วมรับฟังในหัวข้อ พลังงานสะอาด: มีความสำคัญต่อความสำเร็จของการใช้ระบบ 5G หรือไม่? ท่านสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ STLPartners.com/webinars ได้ ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์โซลูชั่นด้านการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพของ Vertiv เพื่อสนับสนุนระบบ 5G กรุณาเข้าไปที่ Vertiv.com/Asia5G

 

ไม่มีความคิดเห็น

รูปภาพธีมโดย Michael Elkan. ขับเคลื่อนโดย Blogger.